กำลังโหลด...
ประกาศทั้งหมด
—
รายการ
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
—
รายการ
ประกาศผู้ชนะ
—
รายการ
ยกเลิกประกาศ
—
รายการ
เปลี่ยนแปลงประกาศ
—
รายการ
ถึง
—
รายการประกาศจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด
ข้อมูลจาก e-GP ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
= เพิ่มเข้าระบบเอง (กรอกโดยเจ้าหน้าที่) = ดึงข้อมูลอัตโนมัติจากระบบ e-GP (RSS Feed)
—
—
ข้อมูลประกาศของวันนี้ (จากระบบ e-GP) จะแสดงประมาณเวลา 17.30 น.
อื่น ๆ

คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ โดยกองกฎหมาย สธ. 2562

เรื่อง
คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ โดยกองกฎหมาย สธ. 2562
ประเภทเอกสาร
อื่น ๆ

เนื้อหาในเอกสาร

ข้อความที่ดึงจากไฟล์ PDF ต้นฉบับโดยอัตโนมัติ อาจมีการจัดรูปแบบคลาดเคลื่อน โปรดอ้างอิงจากไฟล์ต้นฉบับ

2 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ค�ำน�ำ ด้วยบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่าง ๆ ให้ความส�ำคัญในการให้บริการด้าน การสาธารณสุขของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำ� นวนมาก ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ประชาชน และนิติบุคคลต่างๆ ได้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น เงินสด เครื่องมือทางการแพทย์ ตลอดจนอาคาร งานก่อสร้าง หรือที่ดิน เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ความโปร่งใส มีกระบวนการในการตรวจสอบและความมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน ของหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังจึงได้ก�ำหนดระเบียบกระทรวง สาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยงานบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ขึ้น เนื่องจากระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยงานบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นระเบียบที่เพิ่งประกาศใช้บังคับ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยังไม่มีความรู้และความเข้าใจในกระบวนการ การรับบริจาค จึงเกิดการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงจ�ำเป็นต้องมีแนวทางให้เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษา ค้นคว้า เพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจในกระบวนการ แนวทางการรับบริจาค รวมถึง การรับบริจาคที่จะต้องขออนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี ก่อนการรับบริจาค จึงได้จัดท�ำคู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข กองกฎหมาย ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีนาคม ๒๕๖๒ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 4 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข คู่มืคู่อมืว่อาว่ด้าวด้ยวเงิยนเงิบนริบจราิจคาแคลแะลทะรัทพรัย์พสิย์นสิบนริบจราิจคาขคอขงอหงน่หวน่ยวบยริบกริากราร E F กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ส่วนที่ ๑ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาค และทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ปัจจุบันประชาชน และนิติบุคคลต่าง ๆ ให้ความสนใจบริจาคเงิน เครื่องมือทางการแพทย์ ตลอดจน อาคาร งานก่อสร้าง หรือที่ดินให้แก่หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นจ�ำนวนมาก ซึ่งโดยทั่วไป การรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ ตลอดจนการน�ำเงินบริจาคหรือดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สิน ซึ่งมีผู้บริจาค ส่วนราชการจะนำ� ไปจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันนั้น ส่วนราชการต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ. ๒๕๒๖ เว้นแต่จะเป็นไปตามระเบียบที่ได้รับ ความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นถึงความส�ำคัญในการรับเงินหรือทรัพย์สิน ตลอดจนการน�ำเงินหรือทรัพย์ที่ได้รับบริจาคดังกล่าวไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับบริจาค ดังนั้น เพื่อให้เกิด ความเรียบร้อย ความโปร่งใส มีกระบวนการในการตรวจสอบและความมีประสิทธิภาพเกี่ยวกับการรับบริจาคเงิน หรือทรัพย์สินของหน่วยบริการ กระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังจึงได้กำ� หนดระเบียบ กระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยงานบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ขึ้น ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยงานบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๑ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป คือ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๑ ระเบียบนี้แบ่งออกเป็น ๓ หมวด ประกอบด้วย หมวด ๑ คณะกรรมการ หมวด ๒ การรับเงินหรือทรัพย์สิน แบ่งออกเป็น ส่วนที่ ๑ หลักการทั่วไป ส่วนที่ ๒ การรับเงินบริจาค ส่วนที่ ๓ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ และ ส่วนที่ ๔ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ หมวด ๓ การใช้เงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงิน ดังนั้น เมื่อระเบียบนี้เป็นระเบียบที่เพิ่งประกาศใช้บังคับ การศึกษาและท�ำความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ ตลอดจนแนวทางที่ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขใช้ประกอบการพิจารณาด�ำเนินการตามระเบียบจึงเป็น สิ่งส�ำคัญ จึงมีความจ�ำเป็นที่ต้องมีคู่มือในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ขึ้น ๑. ค�ำนิยาม ระเบียบข้อ ๔ ก�ำหนดค�ำนิยามไว้ดังนี้ “เงินบริจาค” หมายถึง เงินที่มีผู้มอบให้หน่วยบริการเพื่อใช้ในกิจการของหน่วยบริการ โดยระบุ วัตถุประสงค์หรือไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไว้ไม่ชัดแจ้ง “ทรัพย์สิน” หมายถึง สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้มอบให้หน่วยบริการเพื่อใช้ประโยชน์ใน กิจการของหน่วยบริการ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 1 “หน่วยบริการ” หมายถึง (๑) โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบล สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติหรือที่เรียกชื่อเป็น อย่างอื่นแต่ปฏิบัติง
อ่านเนื้อหาต่อ
านในลักษณะเดียวกัน หรือ (๒) ส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ส�ำนักงานสาธารณสุขอ�ำเภอ หรือหน่วยงานอื่นใดในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข ซึ่งด�ำเนินการและประสานงานเกี่ยวกับการสาธารณสุข ตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขก�ำหนด “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ “หัวหน้าส่วนราชการ” หมายถึง ปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้ด�ำรงต�ำแหน่งเทียบเท่าอธิบดี ๒. คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ ระเบียบข้อ ๖ ประกอบข้อ ๗ ก�ำหนดให้หัวหน้าหน่วยบริการเป็นผู้มีอ�ำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ โดยมีองค์ประกอบ และอ�ำนาจหน้าที่ดังนี้ ๒.๑ องค์ประกอบของคณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน โดยแต่งตั้ง จากบุคคลดังต่อไปนี้ (๑) หัวหน้าหน่วยบริการ ประธานกรรมการ (๒) กรรมการอื่น แต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ - ข้าราชการ กรรมการ - ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ กรรมการ - ผู้แทนภาคประชาชน กรรมการ (๓) หัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน เลขานุการ หมายเหตุ: (๑) กรรมการอื่นที่หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งจากข้าราชการ ข้าราชการที่เกษียณ อายุราชการ และผู้แทนภาคประชาชน รวมกับประธานกรรมการแล้วต้องไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน (๒) ส�ำหรับหัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน ซึ่งตามระเบียบก�ำหนดให้หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนั้น หัวหน้าหน่วยบริการ อาจจะพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการด้วยก็ได้ ๒.๒ อ�ำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ มีดังนี้ (๑) วางแผนการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๒) พิจารณาการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๓) วางแผนการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๔) จัดท�ำรายงานการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๕) ติดตามและตรวจสอบการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด�ำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การด�ำเนินการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคข้างต้นให้สอดคล้องกับทิศทาง การพัฒนาของหน่วยบริการ 2 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๓. การรับเงินหรือทรัพย์สิน ๓.๑ หลักการและข้อห้ามในการรับเงินหรือทรัพย์สิน ก�ำหนดไว้ในระเบียบข้อ ๘ ประกอบข้อ ๙ โดยมี หลักการดังนี้ (๑) หลักการรับเงินหรือทรัพย์สิน ให้หน่วยบริการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังนี้ - ต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยบริการที่จะได้รับ - ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมีเงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ - ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยบริการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (๒) ข้อห้ามในการรับเงินหรือทรัพย์สิน ให้หน่วยบริการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังนี้ - ห้ามมิให้หน่วยบริการรับเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้บริจาคระบุเงื่อนไขของการบริจาคอันเป็นภาระ หรือข้อเรียกร้องแก่หน่วยบริการเกินความจ�ำเป็น - ในการรับบริจาคที่ดินจากเอกชนเพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยบริการ หากไม่มีแผนงานหรือ โครงการชัดเจนรองรับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่แสดงความประสงค์จะยกที่ดินให้แก่ หน่วยบริการ ห้ามหน่วยบริการรับบริจาคที่ดินดังกล่าว ๓.๒ การรับเงินบริจาค (๑) วิธีการรับเงินบริจาค ระเบียบข้อ ๑๐ ก�ำหนดให้หน่วยบริการรับเงินบริจาคตามวิธีการดังนี้ - เงินสด - เช็คหรือดร๊าฟที่ธนาคารสั่งจ่าย - ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร - รับเงินบริจาคโดยวิธีอื่นๆ เช่น ผ่านบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต (๒) การเก็บรักษาเงินบริจาค ระเบียบข้อ ๑๑ ก�ำหนดให้หน่วยบริการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “บัญชีเงินบริจาคของ (ชื่อหน่วยบริการ)” เพื่อรองรับเงินบริจาค ของหน่วยบริการ (๓) การออกใบเสร็จรับเงินบริจาค ระเบียบข้อ ๑๒ ก�ำหนดให้หน่วยบริการที่ได้รับเงินบริจาค ให้ออกใบเสร็จรับเงินแก่ผู้บริจาคโดยระบุชื่อผู้บริจาค จ�ำนวนเงินที่รับบริจาค หรือข้อมูลอื่นใด เพื่อให้ผู้บริจาค ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลน�ำไปด�ำเนินการลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร - กรณีผู้บริจาคกำ� หนดวัตถุประสงค์ในการบริจาคไว้ ให้ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินนั้นให้ชัดเจน - กรณีไม่สามารถระบุชื่อผู้บริจาค ให้ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินว่า “ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม” - กรณีการรับเงินสดผ่านตู้บริจาคไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินให้หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่การเงินตรวจนับเงินจากตู้บริจาค และน�ำเงินพร้อมทั้งรายงานสรุปจ�ำนวนเงินที่ได้รับผ่านตู้บริจาค ส่งให้หัวหน้าการเงินเพื่อน�ำเสนอหัวหน้าหน่วยบริการทราบ ๓.๓ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ (๑) หลักการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ระเบียบข้อ ๑๓ กำ� หนดว่าเมื่อหน่วยบริการ ได้รับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ให้หน่วยบริการด�ำเนินการดังนี้ - ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของผู้บริจาค รวมทั้งภาระติดพันในที่ดิน - ประเมินมูลค่าของอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินที่รับบริจาค โดยเทียบเคียงราคาประเมินงานของกรมที่ดิน หรือราคากลางของทางราชการ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 3 - การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ผู้บริจาคได้ก่อสร้างเองในที่ดินซึ่งหน่วยบริการขอใช้ ประโยชน์จากส่วนราชการอื่น หน่วยบริการที่ขอใช้ประโยชน์จะต้องท�ำความตกลงกับส่วนราชการนั้นๆ ให้เสร็จ เรียบร้อยก่อน - การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้างที่ผู้บริจาคได้ก่อสร้างเองในที่ดิน ซึ่งอยู่ในความปกครอง ดูแลหรือใช้ประโยชน์ของหน่วยบริการ หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากส่วนราชการอื่น ให้หน่วยบริการใช้ ดุลยพินิจในการรับบริจาคอาคารที่มีผู้ประสงค์จะก่อสร้างโดยอาจก�ำหนดให้ผู้บริจาคมีหลักประกันการก่อสร้าง อย่างหนึ่งอย่างใดด้วยก็ได้ - ขออนุมัติหัวหน้าส่วนราชการก่อนการรับบริจาค โดยส่งข้อมูลในการรับบริจาค และเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง กรณีการรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ขอให้คำ� นึงถึงเหตุผล ความจำ� เป็นในการก่อสร้าง ตลอดจนแผนการบริหารจัดการด้านกำ� ลังคน บริหารทรัพยากร ที่เหมาะสม และต้อง ส่งเอกสารที่ผู้บริจาคแจ้งความประสงค์จะขอบริจาคมาประกอบการพิจารณาด้วย (๒) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ระเบียบข้อ ๑๔ กำ� หนดว่าการรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ให้หน่วยบริการด�ำเนินการตามเงื่อนไขดังนี้ - จะต้องก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างตามแบบแปลนมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข - หากมีความจ�ำเป็นจะใช้แบบแปลนที่ไม่ใช่แบบแปลนมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข จะต้องเป็นแบบแปลนที่มีผู้รับผิดชอบทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องทุกสาขา ลงนามรับรองในแบบแปลนโดยผู้รับรอง ต้องแนบใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละสาขาตามกฎหมายมาประกอบการพิจารณาด้วย และให้หัวหน้า หน่วยบริการที่จะรับบริจาครับรองว่าได้ตรวจสอบผู้รับรองในแบบแปลนถูกต้องแล้ว - หัวหน้าหน่วยบริการที่จะรับบริจาคจะต้องให้ความเห็นชอบผังหลักอาคาร งานก่อสร้างด้วย และหากมีปัญหาให้ปรึกษากองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรณีไป (๓) การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ ระเบียบข้อ ๑๕ ก�ำหนดว่าอาคาร งานก่อสร้างที่รับบริจาค ไม่ว่าจะปลูกสร้างในที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุหรือในที่ดินอื่นให้แจ้งกรมธนารักษ์ หรือส�ำนักงานธนารักษ์พื้นที่ที่มี อ�ำนาจหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนที่ราชพัสดุ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ปลูกสร้างเสร็จ เพื่อด�ำเนินการขึ้นทะเบียน ที่ราชพัสดุ (๔) การขอตั้งชื่ออาคาร หรือทรัพย์สินบริจาค ระเบียบข้อ ๑๖ กำ� หนดว่าผู้บริจาคที่มีความประสงค์ จะติดตั้งชื่อผู้บริจาคหรือชื่ออื่น เป็นชื่ออาคารหรือทรัพย์สินที่บริจาคให้หน่วยบริการถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดไว้ตามนัยระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการตั้งชื่อหน่วยบริการ อาคาร หรือ ทรัพย์สินของหน่วยบริการที่ได้รับจากผู้บริจาคหรือที่ได้จัดสร้าง หรือซื้อจากเงินที่ได้รับบริจาค พ.ศ. ๒๕๕๘ (๕) การออกหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ระเบียบข้อ ๑๗ ก�ำหนดว่า ส�ำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หน่วยบริการออกหนังสือรับรองการบริจาคและระบุตามมูลค่าที่ ประเมินมูลค่าได้ เพื่อให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล น�ำไปด�ำเนินการลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวล รัษฎากร สำ� หรับบุคคลธรรมดาซึ่งไม่สามารถนำ� ไปขอลดหย่อนภาษีเงินได้ ให้หน่วยบริการประสานงาน และด�ำเนินการ เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่กรณี ออกหนังสือตอบขอบคุณหรือออกใบอนุโมทนาบัตรให้ แก่ผู้บริจาคหรือด�ำเนินการเพื่อขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้บริจาคดังกล่าวต่อไป 4 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๓.๔ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ (๑) หลักการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ระเบียบข้อ ๑๘ กำ� หนดว่าเมื่อหน่วยบริการ ได้รับบริจาคสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการด�ำเนินการดังนี้ - ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง และภาระติดพันในทรัพย์สิน - ประเมินราคาทรัพย์สินที่รับบริจาค กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งได้บริจาคประสงค์จะนำ� ไปดำ� เนินการขอลดหย่อนภาษีเงินได้ ตามประมวลรัษฎากรต้องเป็นการบริจาคทรัพย์สินใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน (๒) การออกหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ระเบียบข้อ ๑๙ ก�ำหนดให้ หน่วยบริการออกหนังสือรับรองการบริจาคและระบุตามมูลค่าที่ประเมินมูลค่าได้ ๔. การใช้ การจ่าย และการเก็บรักษาเงินบริจาค ๔.๑ การใช้เงินบริจาค ระเบียบข้อ ๒๐ ก�ำหนดไว้ดังนี้ (๑) เงินบริจาคและดอกผลที่เกิดขึ้นจะนำ� ไปก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายได้เฉพาะเพื่อการปฏิบัติราชการ ของหน่วยบริการ (๒) เงินบริจาคที่ระบุวัตถุประสงค์ ให้ใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค (๓) เงินบริจาคที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไว้ไม่ชัดแจ้งให้ใช้เพื่อการปฏิบัติราชการ ของหน่วยบริการ ตามแผนที่คณะกรรมการก�ำหนด ๔.๒ การจ่ายเงินบริจาค (๑) ผู้มีอ�ำนาจอนุมัติการจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันเงินบริจาค ระเบียบข้อ ๒๑ ก�ำหนดให้หัวหน้า ส่วนราชการ หรือผู้ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นผู้มีอ�ำนาจอนุมัติการจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันเงินบริจาค ของหน่วยบริการ (๒) การจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้เงินบริจาค ระเบียบข้อ ๒๒ วรรคสอง ก�ำหนดว่าวิธี ปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้เงินบริจาค รวมทั้งดอกผลของเงินบริจาค โดยไม่ใช้เงินบริจาค ร่วมกับเงินงบประมาณ ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการพัสดุโดยใช้เงินบริจาคของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔.๓ การจัดท�ำรายงานการรับ-จ่ายเงินบริจาค ระเบียบข้อ ๒๔ ประกอบข้อ ๒๕ ก�ำหนดไว้ดังนี้ (๑) ให้หน่วยบริการจัดทำ� รายงานการรับ-จ่ายเงินบริจาค และส่งรายงานมาที่หน่วยงานคลังของ ส่วนราชการต้นสังกัด เพื่อรายงานกรมบัญชีกลางภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ (๒) ให้หน่วยบริการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมด และรายงานหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อให้สำ� นักงาน การตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อไป ๔.๔ การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระเบียบข้อ ๒๒ วรรคหนึ่ง ก�ำหนดว่าวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การบัญชี และวิธีปฏิบัติอื่นใดที่ไม่ได้ก�ำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและ ระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 5 ส่วนที่ ๒ แนวทางการรับเงินบริจาคหรือทรัพย์สินบริจาค ตามระเบียบแบ่งการรับเงินบริจาคหรือทรัพย์สินบริจาคออกเป็น ๓ ส่วนดังนี้ (๑) การรับเงินบริจาค (๒) การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ และ (๓) การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาด�ำเนินการรับเงินบริจาคหรือทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการเป็นไปโดย ถูกต้อง ขอให้พิจารณารับเงินบริจาคหรือทรัพย์สินบริจาคตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๑ แนวทางการรับเงินบริจาค การรับเงินบริจาค ให้หน่วยบริการพิจารณาด�ำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๑. หน่วยบริการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่ มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ” การแต่งตั้งคณะกรรมการนี้เป็นอำ� นาจของหัวหน้าหน่วยบริการ โดยคณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน โดยแต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ (๑) หัวหน้าหน่วยบริการ ประธานกรรมการ (๒) กรรมการอื่น แต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ - ข้าราชการ กรรมการ - ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ กรรมการ - ผู้แทนภาคประชาชน กรรมการ (๓) หัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน เลขานุการ ทั้งนี้ การออกค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการข้างต้น หน่วยบริการอาจพิจารณาใช้แบบค�ำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ ตามตัวอย่างที่ ๑ เป็นแนวทางในการ ออกค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการได้ หมายเหตุ: (๑) กรรมการอื่นที่หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งจากข้าราชการ ข้าราชการที่เกษียณ อายุราชการ และผู้แทนภาคประชาชน รวมกับประธานกรรมการแล้วต้องไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน (๒) ส�ำหรับหัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน ซึ่งตามระเบียบก�ำหนดให้หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนั้น หัวหน้าหน่วยบริการ อาจจะพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการด้วยก็ได้ (๓) ส�ำหรับกรณีที่หัวหน้าหน่วยบริการใดได้แต่งตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว คณะกรรมการดังกล่าวสามารถรับบริจาคได้โดยไม่ต้องมีการแต่งตั้งใหม่แต่อย่างใด และคณะกรรมการดังกล่าว สามารถพิจารณารับบริจาคได้ทั้งเงิน สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยหัวหน้าหน่วยบริการไม่ต้องแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นรับบริจาคเป็นรายครั้งอีกแต่อย่างใด โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีอ�ำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑) วางแผนการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๒) พิจารณาการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๓) วางแผนการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๔) จัดท�ำรายงานการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค 6 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (๕) ติดตามและตรวจสอบการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด�ำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง (๗) อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการในการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่ หน่วยบริการ คณะกรรมการต้องพิจารณารับบริจาคให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของหน่วยบริการด้วย ๒. ให้หน่วยบริการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “บัญชีเงินบริจาคของ (ชื่อหน่วยบริการ)” เพื่อรองรับและเก็บรักษาเงินบริจาคของหน่วยบริการ บัญชีเงินบริจาคดังกล่าวหน่วยบริการต้องแยกออกจากบัญชีเงินเงินบ�ำรุง หรือบัญชีเงินเรี่ยไรของ หน่วยบริการอย่างเด็ดขาด เนื่องจากวิธีปฏิบัติในการฝากเงินบริจาค เงินบ�ำรุง หรือเงินเรี่ยไร มีการก�ำหนด วิธีปฏิบัติไว้เป็นการเฉพาะแยกออกจากกัน ดังนั้น หากหน่วยบริการใดยังไม่ได้เปิดบัญชีส�ำหรับเงินบริจาค จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยบริการนั้นที่จะต้องเปิดบัญชีส�ำหรับรองรับและเก็บรักษาเงินบริจาคของหน่วยบริการ และเพื่อให้เป็นไปตามที่ระเบียบก�ำหนดไว้ด้วย ๓ .การรับเงินบริจาคให้หน่วยบริการพิจารณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อห้ามดังต่อไปนี้ ๓.๑ ต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยงานบริการที่จะได้รับ ๓.๒ ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมีเงื่อนไข ผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ ๓.๓ ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยบริการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ๓.๔ ห้ามมิให้หน่วยบริการรับเงินที่ผู้บริจาคระบุเงื่อนไขของการบริจาคอันเป็นภาระหรือข้อเรียกร้อง แก่หน่วยบริการเกินความจ�ำเป็น ๔. เมื่อปรากฏว่าบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด แสดงความประสงค์บริจาคเงิน ให้แก่หน่วยบริการนั้น ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาด�ำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๔.๑ กรณีผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงิน เข้ามาบริจาคเงินที่หน่วยบริการด้วยตนเอง ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแจ้งให้ผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงิน แสดงเจตนาบริจาคเงินด้วยการกรอกข้อมูล ในใบแสดงความประสงค์บริจาคเงินแล้วมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน เว้นแต่ ผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินได้จัดท�ำหนังสือแสดงความประสงค์บริจาคเงินมาด้วยตนเอง และเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเห็นว่าหนังสือดังกล่าวมีรายละเอียดและข้อมูลครบถ้วน หรือผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงิน มีเหตุจำ� เป็นอื่น แล้วแต่กรณี เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอาจพิจารณาให้ผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินไม่ต้อง กรอกข้อมูลในใบแสดงความประสงค์บริจาคเงินก็ได้ โดยผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินสามารถบริจาคโดยวิธีดังนี้ - บริจาคเป็นเงินสด - จ่ายเป็นเช็คหรือดร๊าฟที่ธนาคารสั่งจ่าย - โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร - โดยวิธีอื่นๆ เช่น ผ่านบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต ๔.๒ กรณีผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงิน ไม่ได้เข้ามาบริจาคเงินที่หน่วยบริการด้วยตนเอง โดยผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินอาจติดต่อขอบริจาคเงินให้แก่หน่วยบริการโดยวิธีการต่างๆ เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์ หรือวิธีอื่นใด เป็นต้น ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสอบถามผู้แสดง ความประสงค์บริจาคเงินว่าสะดวกกรอกข้อมูลในใบแสดงความประสงค์บริจาคเงินหรือไม่ หากผู้แสดง ความประสงค์บริจาคเงินสะดวกที่จะกรอกข้อมูลในใบแสดงความประสงค์บริจาคเงิน ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายจัดส่งใบแสดงความประสงค์บริจาคเงินให้แก่ผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินกรอกข้อมูลพร้อมแนบ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 7 หลักฐานการบริจาคเงินและส่งกลับมายังหน่วยบริการตามวิธีการที่ผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินสะดวก และขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแจ้งผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินว่าสามารถบริจาคเงินโดยวิธีดังนี้ - บริจาคเป็นเงินสด - จ่ายเป็นเช็คหรือดร๊าฟที่ธนาคารสั่งจ่าย - โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร - โดยวิธีอื่นๆ เช่น ผ่านบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต สำ� หรับใบแสดงความประสงค์บริจาคเงิน หน่วยบริการอาจพิจารณาใช้ใบแสดงความประสงค์ บริจาคเงิน ตามตัวอย่างที่ ๒ เป็นแบบในการแจ้งให้ผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินกรอกข้อมูลก็ได้ ๕. เมื่อผู้แสดงความประสงค์บริจาคเงินได้ส่งมอบเงินให้แก่หน่วยบริการแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้ รับมอบหมายตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและจ�ำนวนเงิน เมื่อเห็นว่าข้อมูลและจ�ำนวนเงินมีความถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายออกใบเสร็จรับเงินตามแนวทางดังต่อไปนี้ - ระบุชื่อผู้บริจาคในใบเสร็จรับเงินให้ชัดเจน เว้นแต่กรณีไม่สามารถระบุชื่อผู้บริจาคได้ ให้ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินว่า “ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม” - ระบุจ�ำนวนเงินที่ได้รับบริจาคให้ถูกต้องและชัดเจน - กรณีผู้บริจาคก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการบริจาค ให้ระบุวัตถุประสงค์ในการบริจาคไว้ใน ใบเสร็จรับเงินให้ชัดเจน - กรณีการรับเงินสดผ่านตู้บริจาคไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงิน โดยให้หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่การเงินตรวจนับเงินจากตู้บริจาค และน�ำเงินพร้อมทั้งรายงานสรุปจ�ำนวนเงินที่ได้รับผ่านตู้บริจาค โดยใช้แบบรายงานสรุปการรับและนำ� ส่งเงินบริจาค ตามตัวอย่างที่ ๑๓ ส่งให้หัวหน้าการเงินเพื่อนำ� เสนอหัวหน้า หน่วยบริการทราบ เพื่อเป็นการควบคุมภายในที่ดีควรมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจนับเงินไม่น้อยกว่า ๒ คน ตามวิธีปฏิบัติในการรับเงินสดผ่านตู้บริจาค การดำ� เนินการจัดซื้อจัดจ้าง และการบันทึกรายการบัญชีเงินบริจาค และทรัพย์สินที่รับบริจาค แจ้งเวียนตามหนังสือสำ� นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ ๐๒๐๖.๐๗.๑/ว ๑๖๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ - แบบใบเสร็จรับเงิน หน่วยบริการอาจพิจารณาใช้แบบใบเสร็จรับเงิน ตามตัวอย่างที่ ๓ ในการออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้บริจาคได้ ข้อสังเกต การรับเงินผ่านตู้บริจาค เป็นเรื่องที่หัวหน้าหน่วยบริการเห็นชอบให้วางตู้บริจาคไว้ในหน่วยบริการ โดยไม่มีข้อความใดไปในทางเชิญชวนขอให้บริจาค หากมีข้อความเชิญชวนขอให้บริจาคถือว่าเป็นการเรี่ยไร - ข้อมูลอื่นใด เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจัดท�ำใบเสร็จรับเงินเสร็จแล้ว ให้มอบใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้บริจาค ดังต่อไปนี้ - สำ� หรับผู้บริจาคที่เข้ามาบริจาคเงินที่หน่วยบริการด้วยตนเอง ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่งมอบใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้บริจาคไว้เป็นหลักฐานในการบริจาคเงิน และสำ� หรับนำ� ใบเสร็จรับเงินไปดำ� เนินการ ลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรต่อไป - ส�ำหรับผู้บริจาคที่ไม่ได้เข้ามาบริจาคเงินที่หน่วยบริการด้วยตนเอง ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายสอบถามผู้บริจาคว่าประสงค์จะขอรับใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐานในการบริจาคเงิน และส�ำหรับ น�ำใบเสร็จรับเงินไปด�ำเนินการลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ หากผู้บริจาคต้องการขอรับ ใบเสร็จรับเงิน ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสอบถามผู้บริจาคว่าต้องการรับใบเสร็จรับเงินด้วยวิธีการใด แล้วด�ำเนินการส่งมอบใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้บริจาคต่อไป 8 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๖. ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายน�ำเงินที่ได้รับบริจาค เก็บไว้ในบัญชีเงินบริจาคที่หน่วยบริการ เปิดบัญชีไว้ ๘. ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจัดทำ� รายงานการรับเงินบริจาค และเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา ให้ความเห็นชอบในการรับเงินบริจาคต่อไป ๙. การจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินบริจาครวมทั้งดอกผลของเงินบริจาค โดยไม่ใช้ร่วมกับเงินงบประมาณ หรือการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินบริจาคที่ได้มาจากการเรี่ยไรนั้น โดยที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๗ (๖) ประกอบวรรคสี่ บัญญัติให้พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่ การจัดซื้อจัดจ้างของสถาบันอุดมศึกษาหรือสถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานของรัฐโดยใช้เงินบริจาครวมทั้งดอกผล ของเงินบริจาค โดยไม่ใช้เงินบริจาคนั้นร่วมกับเงินงบประมาณ และให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีกฎหรือระเบียบ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุตามหลักเกณฑ์และแนวทางของพระราชบัญญัตินี้ โดยอย่างน้อย ต้องมีหลักการตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง ประกอบกับหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หมายถึง โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำ� บล สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นแต่ปฏิบัติงาน ในลักษณะเดียวกัน หรือสำ� นักงานสาธารณสุขจังหวัด สำ� นักงานสาธารณสุขอำ� เภอ หรือหน่วยงานอื่นใดในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขซึ่งดำ� เนินการและประสานงานเกี่ยวกับสาธารณสุข ตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศ กำ� หนด ดังนั้น การจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินบริจาครวมทั้งดอกผลของเงินบริจาค โดยไม่ใช้ร่วมกับเงินงบประมาณ หรือการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินบริจาคที่ได้มาจากการเรี่ยไร ต้องพิจารณาดังต่อไปนี้ - กรณีหน่วยบริการที่เป็นสถานพยาบาล การจัดซื้อจัดจ้างให้ด�ำเนินการตามระเบียบกระทรวง สาธารณสุขว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้เงินบริจาคของหน่วยบริการในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ - กรณีหน่วยบริการที่ไม่เป็นสถานพยาบาล การจัดซื้อจัดจ้างให้ดำ� เนินการตามพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ ตามนัยหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค ๐๔๐๒.๓/๒๗๔๐๐ ลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ ๑๐. การใช้เงินบริจาคและดอกผลที่เกิดขึ้นจะนำ� ไปก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายได้เฉพาะเพื่อการปฏิบัติราชการ ของหน่วยบริการ - ส�ำหรับเงินบริจาคที่ระบุวัตถุประสงค์ ให้ใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค - ส�ำหรับเงินบริจาคที่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไว้ไม่ชัดแจ้ง ให้ใช้เพื่อการปฏิบัติ ราชการของหน่วยบริการ ตามแผนที่คณะกรรมการก�ำหนด และปลัดกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ได้มีค�ำสั่งมอบอ�ำนาจในการอนุมัติ จ่ายเงินบริจาคให้แก่หัวหน้าหน่วยบริการโดยไม่จ�ำกัดวงเงินแล้ว ตามค�ำสั่งส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๑๘๙๕/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ ๑๑. ให้หน่วยบริการจัดท�ำรายงานการรับ-จ่ายเงินบริจาค และส่งรายงานมาที่หน่วยงานคลัง ของส่วนราชการต้นสังกัด เพื่อรายงานกรมบัญชีกลางภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ เรื่องการจัดท�ำรายงานการรับและ การใช้จ่ายเงินที่ไม่ต้องน�ำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และให้หน่วยบริการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมด และรายงาน ต้นสังกัดเพื่อให้ส�ำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อไป ตามวิธีปฏิบัติในการรับเงินสดผ่านตู้บริจาค การดำ� เนินการจัดซื้อจัดจ้าง และการบันทึกรายการบัญชีเงินบริจาคและทรัพย์สินที่รับบริจาค แจ้งเวียนตามหนังสือ ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ สธ ๐๒๐๖.๐๗.๑/ว ๑๖๘ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๒ ๑๒. ส�ำหรับวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การบัญชี และ วิธีปฏิบัติอื่นใดที่ไม่ได้ก�ำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 9 ข้อสังเกต ๑. ตามระเบียบได้ก�ำหนดให้ “เงินบริจาค” หมายถึง เงินที่มีผู้มอบให้หน่วยบริการเพื่อใช้ในกิจการ ของหน่วยบริการ โดยระบุวัตถุประสงค์หรือไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไว้ไม่ชัดแจ้ง ตามบทนิยามดังกล่าวการรับเงินบริจาคจะต้องเป็นการรับบริจาคที่เป็นตัว “เงิน” เท่านั้น จึงจะถือว่า เป็นการรับเงินบริจาคของหน่วยบริการ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารับเงินบริจาคของหน่วยบริการขอให้ พิจารณาประกอบตัวอย่างดังต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ ๑ นาย ก. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาขอบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาล โดยระบุ วัตถุประสงค์เพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ โดยให้โรงพยาบาลเป็นผู้ดำ� เนินการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เอง ในกรณีนี้ถือว่านาย ก. บริจาค “เงิน” ซึ่งต้องด�ำเนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับการรับ เงินบริจาคตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๒ นาย ค. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาขอบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาล โดยระบุ วัตถุประสงค์เพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ แต่นาย ค. ยังแสดงเจตนาเพิ่มเติมว่านาย ค. จะเป็นผู้จัดซื้อ เครื่องมือทางการแพทย์ด้วยตนเอง ในกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการบริจาคเงิน แต่เป็นการบริจาค “สังหาริมทรัพย์” ซึ่งต้องด�ำเนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับการรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๓ นาย ง. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาขอบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาล โดยระบุ วัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างอาคารผู้ป่วยให้แก่โรงพยาบาล โดยให้โรงพยาบาลเป็นผู้ด�ำเนินการจัดจ้างก่อสร้าง อาคารผู้ป่วยเอง ในกรณีนี้ถือว่านาย ง. บริจาค “เงิน” ซึ่งต้องด�ำเนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ ส�ำหรับการรับเงินบริจาคตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๔ นาย จ. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาขอบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาล โดยระบุ วัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างอาคารผู้ป่วยให้แก่โรงพยาบาล แต่นาย จ. ยังแสดงเจตนาเพิ่มเติมว่านาย จ. จะเป็น ผู้จัดหาผู้รับจ้างมาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยให้โรงพยาบาลเอง ในกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการบริจาคเงิน แต่เป็นการบริจาค “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งต้องดำ� เนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่กำ� หนดไว้สำ� หรับการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ตามระเบียบนี้ ๒. ความหมายของ “เงินบริจาค” ตามที่ก�ำหนดไว้ตามระเบียบ มีความหมายใกล้เคียงกับค�ำว่า “เงินเรี่ยไร” ตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติของหน่วยบริการได้ จึงมีความจ�ำเป็น ที่จะต้องน�ำค�ำสองค�ำข้างต้นมาเปรียบเทียบเพื่อให้เกิดความเข้าใจในทางปฏิบัติ ตามระเบียบสำ� นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้อ ๔ ก�ำหนดให้ “การเรี่ยไร” หมายความว่า การเก็บเงินหรือทรัพย์สิน โดยขอร้องให้ ช่วยออกเงินหรือทรัพย์สินตามใจสมัคร และให้หมายความรวมถึงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้หรือบริการซึ่งมี การแสดงโดยตรงหรือโดยปริยายว่ามิใช่เป็นการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมเงิน หรือทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นด้วย โดยอธิบาย “การเรี่ยไร” ได้ดังนี้ (๑) “การเก็บเงินหรือทรัพย์สิน โดยขอร้องให้ช่วยออกเงินหรือทรัพย์สินตามใจสมัคร” เช่น การท�ำบุญทอดกฐิน การท�ำบุญทอดผ้าป่า และการจัดการแข่งขันกอล์ฟ การแข่งขันโบว์ลิ่ง การแข่งขันแรลลี่ การแข่งขันเดิน-วิ่ง มาราธอน หรือมินิ-มาราธอน ฯลฯ ซึ่งมีการจ�ำหน่ายบัตรและก�ำหนดราคาบัตรที่จ�ำหน่ายไว้ เป็นจ�ำนวนที่แน่นอนต่อหน่วยนับ รวมทั้งการขอรับบริจาคเพื่อสมทบทุนก่อสร้างส�ำนักงาน จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ส�ำนักงาน จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนการขอรับบริจาคอื่นๆ เพื่อน�ำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับ ไปใช้ตาม วัตถุประสงค์ที่หน่วยงานของรัฐก�ำหนด 10 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (๒) “และให้หมายความรวมถึงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้หรือบริการซึ่งมีการแสดงโดยตรง หรือโดยปริยายว่ามิใช่การซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมเงินหรือทรัพย์สินที่ได้ มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นด้วย” เช่น การขายเสื้อผ้า การให้เช่าวัตถุมงคล หรือสิ่งของจ�ำเป็นอื่นๆ เป็นต้น เพื่อน�ำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ หน่วยงานของรัฐก�ำหนด ทั้งนี้ ตามแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม แจ้งเวียนตามหนังสือกระทรวงสาธารณสุข ด่วนที่สุด ที่ สธ ๐๒๐๑.๐๔๔.๓/ว ๓๒๘ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ดังนั้น เมื่อพิจารณาคำ� ว่า “เงินบริจาค” ตามระเบียบนี้ เปรียบเทียบกับคำ� ว่า “การเรี่ยไร” ตามระเบียบ ส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ จะเห็นได้ว่ากรณีที่จะถือว่าเป็น “เงินบริจาค” ตามระเบียบนี้ จะต้องเป็นกรณีที่หน่วยบริการไม่ได้มี ส่วนขอร้องให้ผู้บริจาคแสดงเจตนาบริจาคให้แก่หน่วยบริการแต่อย่างใด แต่หากหน่วยบริการได้มีการดำ� เนินการ โดยมีการกระท�ำอันเป็นการขอร้องให้ผู้บริจาคแสดงเจตนาบริจาคเงินให้แก่หน่วยบริการ ในกรณีนี้ถือว่าเป็น การเรี่ยไร ซึ่งต้องดำ� เนินการตามระเบียบสำ� นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ และไม่ถือว่าเป็นเงินบริจาคตามระเบียบนี้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้เห็น ความแตกต่างระหว่าง “เงินบริจาค” กับ “เงินเรี่ยไร” ขอให้พิจารณาประกอบตัวอย่างดังต่อไป ตัวอย่างที่ ๑ วัด ก. ได้จัดให้มีการท�ำบุญทอดกฐิน หรือการท�ำบุญทอดผ้าป่า โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาล ข. ทั้งนี้ในการด�ำเนินการท�ำบุญทอดกฐิน หรือท�ำบุญทอดผ้าป่าของวัดดังกล่าว โรงพยาบาลไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแต่อย่างใด ทั้งนี้ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งก็ตาม เมื่อวัดดำ� เนินการเสร็จสิ้นแล้ว ได้มอบเงินให้แก่โรงพยาบาล ในกรณีนี้ถือว่าวัดบริจาค “เงิน” ซึ่งต้องด�ำเนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่ ก�ำหนดไว้ส�ำหรับการรับเงินบริจาคตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๒ วัด ก. ได้จัดให้มีการท�ำบุญทอดกฐิน หรือการท�ำบุญทอดผ้าป่า โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาล ข. ทั้งนี้ในการด�ำเนินการท�ำบุญทอดกฐิน หรือท�ำบุญทอดผ้าป่าของวัดดังกล่าว โรงพยาบาลได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เช่น เข้าไปเป็นกรรมการทำ� บุญทอดกฐิน หรือทำ� บุญทอดผ้าป่า เป็นต้น เมื่อวัดด�ำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ได้มอบเงินให้แก่โรงพยาบาล ในกรณีนี้ถือว่าเงินที่ได้มาเป็น “เงินเรี่ยไร” ซึ่งต้องด�ำเนินการตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ตัวอย่างที่ ๓ โรงพยาบาล ข. ได้จัดให้มีการท�ำบุญทอดกฐิน หรือท�ำบุญทอดผ้าป่า เพื่อน�ำเงินก่อสร้าง อาคารผู้ป่วยนอก ในกรณีนี้ถือว่าเงินที่ได้มาเป็น “เงินเรี่ยไร” ซึ่งต้องดำ� เนินการตามระเบียบสำ� นักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ตัวอย่างที่ ๔ โรงพยาบาล ค. ได้จัดการจัดการแข่งขันกอล์ฟ การแข่งขันโบว์ลิ่ง การแข่งขันแรลลี่ การแข่งขันเดิน-วิ่ง มาราธอน หรือมินิ-มาราธอน ฯลฯ ซึ่งมีการจ�ำหน่ายบัตรและก�ำหนดราคาบัตรที่จ�ำหน่ายไว้ เป็นจำ� นวนที่แน่นอนต่อหน่วยนับ เพื่อนำ� เงินก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก ในกรณีนี้ถือว่าเงินที่ได้มาเป็น “เงินเรี่ยไร” ซึ่งต้องด�ำเนินการตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 11 แผนผังสรุปแนวทางการรับเงินบริจาค หน่วยบริการ ๑ ผู้บริจาคแสดงความ ประสงค์บริจาคเงิน ๒ เมื่อมีผูแสดงความประสงคบริจาคเงินใหแกหนวยบริการ ใหหนวยบริการ พิจารณาดำเนินการดังนี้ ๒.๑ กรณีผแู สดงความประสงคบ ริจาคซึ่งไดม าติดตอ ขอบริจาคที่หนว ย บริการดว ยตนเอง ใหเ จา หนา ที่ที่ไดรั บมอบหมายแจง ผแู สดงความประสงค บริจาคกรอกขอ มูลลงในใบแสดงความประสงคบ ริจาคเงิน โดยผแู สดงความ ประสงคบริจาคสามารถบริจาคโดยวิธีดังนี้ • บริจาคเปนเงินสด • จายเปนเช็คหรือดราฟที่ธนาคารสั่งจาย • โอนเงินผานบัญชีเงินฝากธนาคาร • โดยวิธีอื่นๆ เชน ผานบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต ๒.๒ กรณีผูแสดงความประสงคบริจาคไมไดมาติดตอขอบริจาคที่ หนว ยบริการดว ยตนเอง เชน โทรศัพทเ ขา มาแสดงความประสงคข อบริจาค เปนตน ผูบริจาคสามารถโอนเงินผานบัญชีธนาคารได ๓ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ความถูกต้อง ชื่อ – สกุล และจ�ำนวนเงิน 12 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข การจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินบริจาครวมทั้งดอกผลของ เงินบริจาค โดยไม่ใช้เงินบริจาคร่วมกับเงินงบประมาณ ๗ ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้ เงินบริจาคของหน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕ ให้เจ้าหน้าที่น�ำเงินบริจาค ที่ได้รับเก็บไว้ในบัญชีเงินบริจาค ที่หน่วยบริการเปิดบัญชีไว้ ๖ ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจัดท�ำ รายงานการรับเงินบริจาค และเสนอให้ คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการรับเงินบริจาคต่อไป ๔ ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายออกใบเสร็จรับเงินทุกกรณี และให้มอบ ใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้บริจาค โดยระบุชื่อผู้บริจาค จ�ำนวนเงินที่รับบริจาค หรือ ข้อมูลอื่นใด ทั้งนี้ ให้ระบุข้อมูลดังต่อไปนี้ด้วย • กรณีผู้บริจาคก�ำหนดวัตถุประสงค์ในการบริจาค ให้ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินนั้น ให้ชัดเจน • กรณีไม่สามารถระบุชื่อผู้บริจาค ให้ระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินว่า “ผู้ไม่ประสงค์จะ ออกนาม” • กรณีการรับเงินสดผ่านตู้บริจาคไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงิน โดยให้หัวหน้า หน่วยบริการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การเงินตรวจนับเงินจากตู้บริจาค และน�ำเงินพร้อม ทั้งรายงานสรุปจ�ำนวนเงินที่ได้รับผ่านตู้บริจาค ส่งให้หัวหน้าการเงินเพื่อน�ำเสนอ หัวหน้าหน่วยบริการทราบ ส�ำหรับกรณีที่ผู้บริจาคแสดงความประสงค์บริจาคโดยไม่ได้มาติดต่อขอบริจาค ที่หน่วยบริการด้วยตนเอง ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้มอบหมายสอบถามผู้บริจาคว่าประสงค์ จะรับใบเสร็จรับเงินเพื่อน�ำใบเสร็จรับเงินไปด�ำเนินการขอลดหย่อนภาษีตาม ประมวลรัษฎากรหรือไม่ หากผู้แสดงความประสงค์บริจาคขอรับใบเสร็จรับเงิน ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้แสดงความประสงค์บริจาค ต่อไป คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 13 ๒ แนวทางการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ตามระเบียบนี้ ได้แก่ อาคาร งานก่อสร้าง และ อาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ให้หน่วยบริการพิจารณาด�ำเนินการตามแนวทางดังนี้ ๑. หน่วยบริการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่ มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ” การแต่งตั้งคณะกรรมการนี้เป็นอำ� นาจของหัวหน้าหน่วยบริการ โดยคณะกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน โดยแต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ (๑) หัวหน้าหน่วยบริการ ประธานกรรมการ (๒) กรรมการอื่น แต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ - ข้าราชการ กรรมการ - ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ กรรมการ - ผู้แทนภาคประชาชน กรรมการ (๓) หัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน เลขานุการ ทั้งนี้ การออกค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการข้างต้น หน่วยบริการอาจพิจารณาใช้แบบค�ำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ ตามตัวอย่างที่ ๑ เป็นแนวทางในการ ออกค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการได้ หมายเหตุ: (๑) กรรมการอื่นที่หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งจากข้าราชการ ข้าราชการที่เกษียณ อายุราชการ และผู้แทนภาคประชาชน รวมกับประธานกรรมการแล้วต้องไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน (๒) ส�ำหรับหัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน ซึ่งตามระเบียบก�ำหนดให้หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนั้น หัวหน้าหน่วยบริการ อาจจะพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการด้วยก็ได้ (๓) สำ� หรับกรณีที่หัวหน้าหน่วยบริการใดได้แต่งตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว คณะกรรมการ ดังกล่าวสามารถรับบริจาคได้โดยไม่ต้องมีการแต่งตั้งใหม่แต่อย่างใด และคณะกรรมการดังกล่าวสามารถพิจารณา รับบริจาคได้ทั้งเงิน สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยหัวหน้าหน่วยบริการไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นรับบริจาคเป็นรายครั้งอีกแต่อย่างใด โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีอ�ำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑) วางแผนการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๒) พิจารณาการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๓) วางแผนการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๔) จัดท�ำรายงานการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๕) ติดตามและตรวจสอบการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด�ำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง (๗) อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการในการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่ หน่วยบริการ คณะกรรมการต้องพิจารณารับบริจาคให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของหน่วยบริการด้วย 14 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๒. เมื่อปรากฏว่าบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด แสดงความประสงค์บริจาค อสังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยบริการ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแจ้งผู้แสดงความประสงค์บริจาค อสังหาริมทรัพย์กรอกข้อมูลในใบแสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้หน่วยบริการน�ำ ใบแสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวยื่นเสนอขออนุมัติรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ต่อ หัวหน้าส่วนราชการก่อนการรับบริจาค ส�ำหรับใบแสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการ อาจพิจารณาใช้ใบแสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ ตามตัวอย่างที่ ๔ เป็นแบบในการแจ้งให้ ผู้แสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์กรอกข้อมูลก็ได้ ๓. การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการด�ำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๓.๑ หน่วยบริการและผู้แสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ ต้องขออนุมัติรับบริจาค อสังหาริมทรัพย์ต่อหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) ก่อนการรับบริจาค โดยขอให้แนบ เอกสารและข้อมูล ตามที่ก�ำหนดไว้ในบัญชีเอกสารกรณีขออนุมัติรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ตามตัวอย่างที่ ๕ การขออนุมัติรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ต่อหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือ อธิบดี) ก่อนการรับบริจาค ส�ำหรับการรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน หมายถึง ให้หน่วยบริการและผู้แสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ขออนุมัติรับบริจาคต่อหัวหน้า ส่วนราชการก่อนเริ่มการก่อสร้าง ทั้งนี้ เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณารับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง หรือ อาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ตามหลักเกณฑ์และข้อห้ามที่ก�ำหนดไว้ในข้อ ๓.๒ ก่อน เว้นแต่กรณีผู้แสดง ความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร งานก่อสร้าง และอาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ที่ได้ก่อสร้าง จนแล้วเสร็จแล้วในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่ของหน่วยบริการ และ/หรือเป็นกรณีที่ผู้แสดงความประสงค์บริจาค อสังหาริมทรัพย์ไม่เคยติดต่อหรือแสดงความประสงค์บริจาคให้หน่วยบริการทราบมาก่อนแต่อย่างใด ในกรณีนี้ หน่วยบริการและผู้แสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์จึงไม่สามารถขออนุมัติรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ต่อหัวหน้าส่วนราชการก่อนเริ่มการก่อสร้างได้ ดังนั้น จึงให้ขออนุมัติรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ต่อหัวหน้า ส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) ก่อนการรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง และ อาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ในลักษณะที่ได้ก่อสร้างเสร็จแล้วต่อไป ๓.๒ ก่อนเสนอหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) เพื่อขออนุมัติรับบริจาค อสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการพิจารณาและด�ำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยบริการที่จะได้รับ (๒) ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมี เงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ (๓) ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยบริการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (๔) ห้ามมิให้หน่วยบริการรับทรัพย์สินที่ผู้บริจาคระบุเงื่อนไขของการบริจาคอันเป็นภาระหรือ ข้อเรียกร้องแก่หน่วยบริการเกินความจ�ำเป็น (๕) ห้ามหน่วยบริการรับบริจาคที่ดินจากเอกชนเพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยบริการ หากไม่มี แผนงานหรือโครงการชัดเจนรองรับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่แสดงวัตถุประสงค์จะ ยกที่ดินให้แก่หน่วยบริการ (๖) ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของผู้บริจาค รวมทั้งภาระติดพันในที่ดิน (๗) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินนั้น หน่วยบริการ จะต้องท�ำการประเมินมูลค่าของอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินเพื่อประกอบ การขออนุมัติต่อหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) ก่อนการรับบริจาค โดยการประเมิน คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 15 มูลค่าที่ดินนั้น หน่วยบริการจะต้องมีหนังสือไปยังส�ำนักงานที่ดินที่ที่ดินแปลงที่จะรับบริจาคตั้งอยู่ เพื่อขอทราบ ราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าว สำ� หรับการรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้างนั้น หน่วยบริการสามารถตรวจสอบได้ จากราคากลางตามบัญชีแสดงวัสดุและราคา (BOQ) ของทางราชการ สำ� หรับการรับบริจาคอาคารพร้อมที่ดินนั้น หน่วยบริการสามารถตรวจสอบได้จากราคาประเมินที่ได้จากกรมที่ดิน ประกอบกับราคากลางตามบัญชีแสดงวัสดุ และราคา (BOQ) ของทางราชการ (๘) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ผู้บริจาคได้ก่อสร้างเองในที่ดินซึ่งหน่วยบริการขอ ใช้ประโยชน์จากส่วนราชการอื่น หน่วยบริการที่ขอใช้ประโยชน์จะต้องท�ำความตกลงกับส่วนราชการนั้นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน (๙) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้างที่ผู้บริจาคได้ก่อสร้างเองในที่ดิน ซึ่งอยู่ในความปกครอง ดูแลหรือใช้ประโยชน์ของหน่วยบริการ หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากส่วนราชการอื่น ให้หน่วยบริการ ใช้ดุลยพินิจในการรับบริจาคอาคารที่มีผู้ประสงค์จะก่อสร้างโดยอาจกำ� หนดให้ผู้บริจาคมีหลักประกันการก่อสร้าง อย่างหนึ่งอย่างใดด้วยก็ได้ (๑๐) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ขอให้ค�ำนึงถึง เหตุผลความจ�ำเป็นในการก่อสร้าง ตลอดจนแผนการบริหารจัดการด้านก�ำลังคน บริหารทรัพยากรที่เหมาะสม แต่ส�ำหรับการรับบริจาคงานก่อสร้างในลักษณะของการซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคาร ซึ่งเห็น ได้ว่าอาจจะไม่มีการก�ำหนดแผนการบริหารจัดการด้านก�ำลังคน และแผนบริหารทรัพยากรที่เหมาะสมในการ รับบริจาคขึ้น เนื่องจากเป็นการซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคารที่มีอยู่แล้ว และมีการใช้ประโยชน์ ของหน่วยบริการเป็นปกติ ในกรณีเช่นนี้ขอให้หน่วยบริการระบุให้หัวหน้าส่วนราชการทราบให้ชัดเจนว่าไม่มีการ กำ� หนดแผนการบริหารจัดการด้านกำ� ลังคน และแผนบริหารทรัพยากรที่เหมาะสมในการรับบริจาค เนื่องจากเป็น การซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคาร เพื่อประกอบการพิจารณาของหัวหน้าส่วนราชการต่อไปด้วย (๑๑) กรณีที่รับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ให้หน่วยบริการพิจารณาตามเงื่อนไขดังนี้ - ให้หน่วยบริการแจ้งผู้แสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้แบบแปลนมาตรฐาน ของกระทรวงสาธารณสุขในการก่อสร้าง เช่น แบบแปลนของกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นต้น - ในกรณีที่ไม่มีแบบแปลนมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขในการก่อสร้าง หรือมีเหตุจำ� เป็น อื่นใด ให้ผู้แสดงความประสงค์บริจาคอสังหาริมทรัพย์ก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างดังกล่าวโดยใช้แบบแปลน ที่มีผู้รับผิดชอบทางวิชาชีพที่เกี่ยวข้องทุกสาขาลงนามรับรองในแบบแปลน โดยผู้รับรองต้องแนบใบอนุญาต ให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละสาขาตามกฎหมายมาประกอบการพิจารณาด้วย และให้หัวหน้าหน่วยบริการ ที่จะรับบริจาครับรองว่าได้ตรวจสอบผู้รับรองในแบบแปลนถูกต้องแล้ว ส�ำหรับหนังสือรับรองการตรวจสอบ ผู้รับรองแบบแปลนของหัวหน้าหน่วยบริการ หัวหน้าหน่วยบริการสามารถใช้หนังสือรับรองการตรวจสอบ ผู้รับรองแบบแปลนของหัวหน้าหน่วยบริการ ตามตัวอย่างที่ ๖ เป็นแบบในการรับรองได้ - หัวหน้าหน่วยบริการที่จะรับบริจาคจะต้องให้ความเห็นชอบผังหลักอาคาร งานก่อสร้างด้วย และหากมีปัญหาให้ปรึกษากองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรณีไป สำ� หรับการให้ความเห็นชอบ ผังหลักอาคาร งานก่อสร้าง หัวหน้าหน่วยบริการสามารถใช้หนังสือให้ความเห็นชอบผังหลักอาคาร งานก่อสร้าง ของหัวหน้าหน่วยบริการ ตามตัวอย่างที่ ๗ เป็นแบบในการให้ความเห็นชอบได้ 16 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (๑๒) ขอความเห็นชอบในการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ต่อคณะกรรมการ ๔. เมื่อหัวหน้าส่วนราชการอนุมัติให้รับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ และแจ้งผลการอนุมัติให้หน่วยบริการ ทราบแล้ว ให้หน่วยบริการออกหลักฐานการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ดังนี้ ๔.๑ ส�ำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หน่วยบริการออกหนังสือรับรองการบริจาค อสังหาริมทรัพย์ และระบุตามมูลค่าที่ประเมินมูลค่าได้ เพื่อให้บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล น�ำไปด�ำเนินการ ลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรต่อไป ส�ำหรับหนังสือรับรองการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการ สามารถใช้หนังสือรับรองการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ตามตัวอย่างที่ ๘ เป็นแบบในการออกหนังสือรับรองให้แก่ ผู้บริจาคได้ ๔.๒ สำ� หรับบุคคลธรรมดาที่บริจาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งไม่สามารถนำ� สิทธิไปขอลดหย่อนภาษีได้นั้น ให้หน่วยบริการประสานงานและด�ำเนินการเพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่กรณี ออกหนังสือตอบขอบคุณ การบริจาคอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้บริจาค หรือดำ� เนินการเพื่อขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้บริจาคดังกล่าวต่อไป ส�ำหรับหนังสือตอบขอบคุณการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการสามารถใช้ หนังสือตอบขอบคุณการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ตามตัวอย่างที่ ๙ ในการตอบขอบคุณผู้บริจาคได้ หมายเหตุ ๑. การออกหลักฐานการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ส�ำหรับการบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน หน่วยบริการสามารถออกหลักฐานหนังสือรับรองการรับบริจาค หนังสือขอบคุณการรับบริจาค หรือใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้บริจาคได้เฉพาะกรณีที่ทำ� การก่อสร้างเสร็จแล้วเท่านั้น ๒. การออกหนังสือตอบขอบคุณหรือออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์สินที่เป็น อสังหาริมทรัพย์ ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาแล้วเพื่อให้การออกหนังสือตอบขอบคุณ หรือออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยบริการในสังกัด สำ� นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นไปด้วยความสะดวก และรวดเร็ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีคำ� สั่ง ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๗๔/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๒ มอบอ�ำนาจให้ หัวหน้าหน่วยบริการออกหนังสือตอบขอบคุณหรือออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์สินที่เป็น อสังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยบริการในสังกัดส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ส�ำหรับบุคคลธรรมดา ซึ่งไม่สามารถน�ำไปขอลดหย่อนภาษีได้ ครั้งหนึ่งไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และให้หัวหน้าหน่วยบริการจัดท�ำ รายงานการออกหนังสือตอบขอบคุณหรือออกใบอนุโมทนาบัตรให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบ ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณด้วย ๕. การขอตั้งชื่ออาคาร หรือทรัพย์สินบริจาค ให้หน่วยบริการพิจารณาตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการตั้งชื่อหน่วยบริการ อาคาร หรือทรัพย์สินของหน่วยบริการที่ได้รับจากผู้บริจาคหรือที่ได้จัดสร้าง หรือซื้อจากเงินที่ได้รับบริจาค พ.ศ. ๒๕๕๘ ๖. เมื่ออาคาร งานก่อสร้างที่รับบริจาคก่อสร้างเสร็จแล้ว ให้แจ้งกรมธนารักษ์ หรือส�ำนักงานธนารักษ์ พื้นที่ที่มีอ�ำนาจหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนที่ราชพัสดุ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ปลูกสร้างเสร็จ เพื่อด�ำเนินการ ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 17 ข้อสังเกต ตามระเบียบก�ำหนดให้ “ทรัพย์สิน” หมายถึง สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้มอบให้ หน่วยบริการเพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการของหน่วยบริการ ตามบทนิยามดังกล่าวการบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์จะต้องเป็นการรับบริจาคที่เป็น “อสังหาริมทรัพย์” เท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นการบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของหน่วยบริการ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารับเงินบริจาคของหน่วยบริการขอให้พิจารณาประกอบตัวอย่างดังต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ ๑ นาย ก. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาขอบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง หรืออาคาร งานก่อสร้างพร้อมที่ดินให้แก่โรงพยาบาล โดยมอบเงินให้หน่วยบริการเพื่อด�ำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างอาคาร งานก่อสร้าง หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินเอง ในกรณีนี้ถือว่านาย ก. บริจาค “เงิน” ซึ่งต้องด�ำเนินการ รับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับการรับเงินบริจาคตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๒ นาย ค. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาขอบริจาคเงินให้แก่โรงพยาบาล โดยระบุ วัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อหรือจัดจ้างก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้าง หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน แต่นาย ค. ยังแสดงเจตนาเพิ่มเติมว่านาย ค. จะเป็นผู้จัดซื้ออาคาร หรือจัดหาผู้รับจ้างมาก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้าง หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินให้โรงพยาบาลเอง ในกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการบริจาคเงิน แต่เป็นการบริจาค “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งต้องดำ� เนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่กำ� หนดไว้สำ� หรับการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๓ นาย ง. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาเข้ามาด�ำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคาร หรืองานก่อสร้างให้แก่โรงพยาบาล ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการบริจาค “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งต้องด�ำเนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๔ นาย จ. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาบริจาคเงินเพื่อให้โรงพยาบาลด�ำเนินการ ซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคาร หรืองานก่อสร้างของโรงพยาบาล ในกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็น การบริจาคอสังหาริมทรัพย์แต่เป็นการบริจาค “เงิน” ซึ่งต้องดำ� เนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ที่กำ� หนดไว้สำ� หรับ การรับเงินบริจาคตามระเบียบนี้ ตัวอย่างที่ ๕ นาย ฉ. ได้ติดต่อโรงพยาบาล ข. แสดงเจตนาบริจาคเงินเพื่อให้โรงพยาบาลด�ำเนินการ ซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนอาคาร หรืองานก่อสร้างของโรงพยาบาล แต่นาย ฉ. ยังแสดงเจตนา เพิ่มเติมว่านาย ฉ. จะเป็นผู้จัดหาผู้รับจ้างมาซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติม หรือรื้อถอนให้โรงพยาบาลเอง ในกรณีนี้ ไม่ถือว่าเป็นการบริจาคเงิน แต่เป็นการบริจาค “อสังหาริมทรัพย์” ซึ่งต้องด�ำเนินการรับบริจาคตามหลักเกณฑ์ ที่ก�ำหนดไว้ส�ำหรับการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ตามระเบียบนี้ 18 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แผนผังสรุปแนวทางการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการ ๑ ผู้บริจาคแสดง ความประสงค์บริจาค อสังหาริมทรัพย์ ๓ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ความถูกต้อง ชื่อ - สกุล รายละเอียดอสังหาริมทรัพย์ ๒ ผู้บริจาคกรอกรายละเอียด ใบแสดงความประสงค์ บริจาคอสังหาริมทรัพย์ ๔ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการดำ� เนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ๔.๑ ขออนุมัติรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ต่อหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) ก่อนการรับบริจาค โดยแนบเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ๔.๒ ก่อนเสนอหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) เพื่ออนุมัติรับบริจาค อสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการพิจารณาและด�ำเนินการดังนี้ (๑) ต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยบริการที่จะได้รับ (๒) ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมี เงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ (๓) ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระที่จะเกิดกับหน่วยบริการทั้งในปัจจุบันและอนาคต (๔) ห้ามมิให้หน่วยบริการรับทรัพย์สินที่ผู้บริจาคระบุเงื่อนไขของการบริจาคอันเป็นภาระหรือ ข้อเรียกร้องแก่หน่วยบริการเกินความจ�ำเป็น (๕) ห้ามหน่วยบริการรับบริจาคที่ดินจากเอกชนเพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยบริการ หากไม่มีแผนงาน หรือโครงการชัดเจนรองรับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่แสดงวัตถุประสงค์จะยกที่ดิน ให้แก่หน่วยบริการ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 19 ๔ (ต่อ) (๖) ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของผู้บริจาค รวมทั้งภาระติดพันในที่ดิน (๗) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินนั้น หน่วยบริการ จะต้องทำ� การประเมินมูลค่าของอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดินเพื่อประกอบ การขออนุมัติต่อหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรืออธิบดี) ก่อนการรับบริจาค โดยการ ประเมินมูลค่าที่ดินนั้น หน่วยบริการจะต้องมีหนังสือไปยังสำ� นักงานที่ดินซึ่งที่ดินแปลงที่จะรับบริจาคตั้งอยู่ เพื่อขอทราบราคาประเมินที่ดินแปลงดังกล่าว สำ� หรับการรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้างนั้น หน่วยบริการ สามารถตรวจสอบได้จากราคากลางตามบัญชีแสดงวัสดุและราคา (BOQ) ของทางราชการ ส�ำหรับการ รับบริจาคอาคารพร้อมที่ดินนั้น หน่วยบริการสามารถตรวจสอบได้จากราคาประเมินที่ได้จากกรมที่ดิน ประกอบกับราคากลางตามบัญชีแสดงวัสดุและราคา (BOQ) ของทางราชการ (๘) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ผู้บริจาคได้ก่อสร้างเองในที่ดินซึ่งหน่วยบริการขอใช้ ประโยชน์จากส่วนราชการอื่น หน่วยบริการที่ขอใช้ประโยชน์จะต้องท�ำความตกลงกับส่วนราชการนั้นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน (๙) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้างที่ผู้บริจาคได้ก่อสร้างเองในที่ดิน ซึ่งอยู่ในความปกครองดูแล หรือใช้ประโยชน์ของหน่วยบริการ หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากส่วนราชการอื่น ให้หน่วยบริการ ใช้ดุลยพินิจในการรับบริจาคอาคารที่มีผู้ประสงค์จะก่อสร้างโดยอาจก�ำหนดให้ผู้บริจาคมีหลักประกัน การก่อสร้างอย่างหนึ่งอย่างใดด้วยก็ได้ (๑๐) การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน ขอให้คำ� นึงถึง เหตุผลความจ�ำเป็นในการก่อสร้าง ตลอดจนแผนการบริหารจัดการด้านก�ำลังคน บริหารทรัพยากรที่ เหมาะสม (๑๑) กรณีที่รับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ให้หน่วยบริการพิจารณาตามเงื่อนไขดังนี้ • ให้หน่วยบริการแจ้งผู้บริจาคให้ก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างตามแบบแปลนมาตรฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข เช่น แบบแปลนของกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นต้น • ในกรณีที่ไม่มีแบบแปลนมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขในการก่อสร้าง หรือมี เหตุจ�ำเป็นอื่นใด ให้ก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างดังกล่าวโดยใช้แบบแปลนที่มีผู้รับผิดชอบทางวิชาชีพที่ เกี่ยวข้องทุกสาขาลงนามรับรองในแบบแปลน โดยผู้รับรองต้องแนบใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ แต่ละสาขาตามกฎหมายมาประกอบการพิจารณาด้วย และให้หัวหน้าหน่วยบริการที่จะรับบริจาครับรอง ว่าได้ตรวจสอบผู้รับรองในแบบแปลนถูกต้องแล้ว • หัวหน้าหน่วยบริการที่จะรับบริจาคจะต้องให้ความเห็นชอบผังหลักอาคาร งานก่อสร้าง ด้วย และหากมีปัญหาให้ปรึกษากองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นกรณีไป (๑๒) ขอความเห็นชอบในการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ต่อคณะกรรมการ 20 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๕ หัวหน้าส่วนราชการ พิจารณาการรับบริจาค อนุมัติ ไม่อนุมัติ แจ้งหน่วยงาน ให้ทราบ ผลการอนุมัติ ๖ เมื่อหน่วยบริการได้รับทราบผลการอนุมัติให้รับบริจาคแล้ว ให้หน่วยบริการ ออกหลักฐานการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ • ส�ำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ออกหนังสือรับรองการบริจาค • สำ� หรับบุคคลธรรมดา ให้ออกหนังสือขอบคุณการรับบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ๗ แจ้งกรมธนารักษ์ หรือส�ำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ปลูกสร้างเสร็จ เพื่อขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 21 ๓ แนวทางการรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการพิจารณาตามแนวทางดังนี้ ๑. หน่วยบริการจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารเงิน และทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ” การแต่งตั้งคณะกรรมการนี้เป็นอ�ำนาจของหัวหน้าหน่วยบริการ โดยคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน โดยแต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ (๑) หัวหน้าหน่วยบริการ ประธานกรรมการ (๒) กรรมการอื่น แต่งตั้งจากบุคคลดังนี้ - ข้าราชการ กรรมการ - ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ กรรมการ - ผู้แทนภาคประชาชน กรรมการ (๓) หัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน เลขานุการ ทั้งนี้ การออกค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการข้างต้น หน่วยบริการอาจพิจารณาใช้แบบค�ำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ ตามตัวอย่างที่ ๑ เป็นแนวทางในการ ออกค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการได้ หมายเหตุ: (๑) กรรมการอื่นที่หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งจากข้าราชการ ข้าราชการที่เกษียณ อายุราชการ และผู้แทนภาคประชาชน รวมกับประธานกรรมการแล้วต้องไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน (๒) ส�ำหรับหัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงิน หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน ซึ่งตามระเบียบก�ำหนดให้หัวหน้าหน่วยบริการแต่งตั้งเป็นเลขานุการคณะกรรมการนั้น หัวหน้าหน่วยบริการ อาจจะพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการด้วยก็ได้ (๓) สำ� หรับกรณีที่หัวหน้าหน่วยบริการใดได้แต่งตั้งคณะกรรมการไว้แล้ว คณะกรรมการ ดังกล่าวสามารถรับบริจาคได้โดยไม่ต้องมีการแต่งตั้งใหม่แต่อย่างใด และคณะกรรมการดังกล่าวสามารถพิจารณา รับบริจาคได้ทั้งเงิน สังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยหัวหน้าหน่วยบริการไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ ขึ้นรับบริจาคเป็นรายครั้งอีกแต่อย่างใด โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีอ�ำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑) วางแผนการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๒) พิจารณาการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๓) วางแผนการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๔) จัดท�ำรายงานการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๕) ติดตามและตรวจสอบการรับ - จ่ายเงิน/ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค (๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด�ำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้อง (๗) อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการในการรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่ หน่วยบริการ คณะกรรมการต้องพิจารณารับบริจาคให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของหน่วยบริการด้วย 22 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๒. เมื่อปรากฏว่าบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด แสดงความประสงค์บริจาค สังหาริมทรัพย์ให้แก่หน่วยบริการ ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแจ้งผู้แสดงความประสงค์บริจาค สังหาริมทรัพย์กรอกข้อมูลในใบแสดงความประสงค์บริจาคสังหาริมทรัพย์ สำ� หรับใบแสดงความประสงค์บริจาค สังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการสามารถใช้ใบแสดงความประสงค์บริจาคสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างที่ ๑๐ เป็นแบบ ในการแจ้งให้ผู้แสดงความประสงค์บริจาคสังหาริมทรัพย์กรอกข้อมูลก็ได้ และเมื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ได้ดำ� เนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและจำ� นวนแล้ว ให้หน่วยบริการออกใบรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ ให้แก่ผู้บริจาคเพื่อเป็นหลักฐานในการบริจาคสังหาริมทรัพย์ ส�ำหรับใบรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการ สามารถใช้ใบรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ ตามตัวอย่างที่ ๑๑ ในการออกให้แก่ผู้บริจาคได้ ๓. การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการด�ำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้ ๓.๑ ขออนุมัติรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ต่อคณะกรรมการก่อนการรับบริจาค ๓.๒ ก่อนเสนอคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการพิจารณา และด�ำเนินการดังนี้ (๑) ต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยบริการที่จะได้รับ (๒) ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมีเงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ (๓) ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระที่จะเกิดขึ้นกับหน่วยบริการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (๔) ห้ามมิให้หน่วยบริการรับทรัพย์สินที่ผู้บริจาคระบุเงื่อนไขของการบริจาคอันเป็นภาระหรือ ข้อเรียกร้องแก่หน่วยบริการเกินความจ�ำเป็น (๕) ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง และภาระติดพันในทรัพย์สิน เช่น สัญญาซื้อขาย เป็นต้น (๖) ประเมินราคาทรัพย์สินที่รับบริจาค เช่น สัญญาซื้อขาย หลักฐานการซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น ๔. เมื่อคณะกรรมการอนุมัติให้รับบริจาคแล้ว ให้หน่วยบริการออกหนังสือรับรองการบริจาค สังหาริมทรัพย์ตามมูลค่าที่ประเมินราคาได้ให้แก่ผู้บริจาคเพื่อเป็นหลักฐานในการบริจาค ส�ำหรับหนังสือรับรอง การบริจาคสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการสามารถใช้หนังสือรับรองการบริจาคสังหาริมทรัพย์ ตามตัวอย่างที่ ๑๒ เป็นแบบในการออกหลักฐานการรับบริจาคให้แก่ผู้บริจาคได้ กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งได้บริจาคประสงค์จะนำ� ไปดำ� เนินการขอลดหย่อนภาษีเงินได้ ตามประมวลรัษฎากรต้องเป็นการบริจาคทรัพย์สินใหม่ที่ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน ๕. การลงบัญชีหรือทะเบียนควบคุมพัสดุส�ำหรับสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการบริจาค ให้ด�ำเนินการ ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้เงินบริจาคของ หน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 23 แผนผังสรุปแนวทางการรับบริจากทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ หน่วยบริการ ๑ ผู้บริจาคแสดงความประสงค์ บริจาคสังหาริมทรัพย์ ๒ ผู้บริจาคกรอกรายละเอียดใบ แสดงความประสงค์บริจาค สังหาริมทรัพย์ ๓ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ชื่อ - สกุล รายการสิ่งของ และจ�ำนวน และออกใบรับบริจาคสิ่งของ ให้แก่ผู้บริจาค ๓ การรับบริจาคทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการด�ำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ๓.๑ ขออนุมัติรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ต่อคณะกรรมการก่อนการรับบริจาค ๓.๒ ก่อนเสนอคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติรับบริจาคสังหาริมทรัพย์ ให้หน่วยบริการพิจารณาและ ด�ำเนินการดังนี้ (๑) ต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียและผลประโยชน์ของหน่วยบริการที่จะได้รับ (๒) ต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมี เงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ (๓) ต้องค�ำนึงถึงประโยชน์และภาระที่จะเกิดกับหน่วยบริการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (๔) ห้ามมิให้หน่วยบริการรับทรัพย์สินที่ผู้บริจาคระบุเงื่อนไขของการบริจาคอันเป็นภาระหรือ ข้อเรียกร้องแก่หน่วยบริการเกินความจ�ำเป็น (๕) ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง และภาระติดพันในทรัพย์สิน (๖) ประเมินราคาทรัพย์สินที่รับบริจาค เช่น สัญญาซื้อขาย หลักฐานการซื้อขาย เป็นต้น 24 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๕ การลงบัญชีหรือทะเบียนควบคุมพัสดุ ให้ดำ� เนินการตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้เงินบริจาคของ หน่วยบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔ เมื่อคณะกรรมการอนุมัติให้รับบริจาคแล้ว ให้หน่วยบริการออกหนังสือรับรองการ บริจาคตามมูลค่าที่ประเมินราคาได้ให้แก่ผู้บริจาค กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งได้บริจาคประสงค์จะน�ำไปด�ำเนินการ ขอลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรต้องเป็นการบริจาคทรัพย์สินใหม่ที่ไม่ ผ่านการใช้งานมาก่อน คู่มือว่าด้วยเงินบริจาคและทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ 25 ส่วนที่ ๓ มุมถาม - ตอบ ๑. หากไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ หน่วยบริการสามารถรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เนื่องจากตามระเบียบ ข้อ ๖ ก�ำหนดไว้ว่า ในการรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินของ หน่วยบริการ ให้หน่วยบริการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการบริหารเงินและ ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ โดยมีกรรมการอย่างน้อย ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน ซึ่งคณะกรรมการ ดังกล่าวจะต้องมีหัวหน้าหน่วยบริการเป็นประธาน และกรรมการซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ ข้าราชการที่ เกษียณอายุราชการ ผู้แทนภาคประชาชน และให้หัวหน้าการเงินหรือเจ้าหน้าที่การเงินของหน่วยบริการ หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินของหน่วยบริการเป็นเลขานุการ โดยจะต้องแต่งตั้งให้ครบองค์ประกอบ ดังกล่าวรวมกันแล้ว ต้องไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน ๒. กรณีที่หน่วยบริการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ ซึ่งมีองค์ประกอบไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เช่น ไม่มีการแต่งตั้งผู้แทนภาคประชาชน หรือไม่มีการแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่บัญชีแทนเจ้าหน้าที่การเงิน หรือแต่งตั้งกรรมการดังกล่าวน้อยกว่า ๕ คน สามารถพิจารณา รับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เนื่องจากตามระเบียบ ข้อ ๖ ก�ำหนดไว้ว่า คณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สิน ที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการจะต้องแต่งตั้งจากบุคคล ดังนี้ (๑) หัวหน้าหน่วยบริการเป็นประธาน (๒) ข้าราชการ (๓) ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ (๔) ผู้แทนภาคประชาชน (๕) หัวหน้าการเงิน หรือเจ้าหน้าที่การเงินของหน่วยบริการ หรือผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินของหน่วยบริการ รวมกันแล้ว ต้องไม่น้อยกว่า ๕ คน แต่ไม่เกิน ๗ คน ๓. การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการ จะต้องแต่งตั้ง ทุกครั้งเมื่อมีการรับบริจาคหรือไม่ ตอบ ไม่จำ� เป็นต้องแต่งตั้งทุกครั้ง เมื่อหน่วยบริการได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินและทรัพย์สิน ที่มีผู้บริจาคของหน่วยบริการแล้ว คณะกรรมการสามารถพิจารณาการรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินของ หน่วยบริการได้ตลอดไป จนกว่าคณะกรรมการมีองค์ประกอบไม่ครบตามระเบียบ ๔. กรณีมีผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่หน่วยบริการ โดยมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ตอบแทน หน่วยบริการสามารถรับบริจาคได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เนื่องจากตามระเบียบ ข้อ ๘ (๒) ก�ำหนดไว้ว่า การรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค จะต้องเป็นการบริจาคด้วยความสมัครใจและไม่เป็นไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมีเงื่อนไขผูกพันที่ จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดโดยเฉพาะ ๕. กรณีมีผู้บริจาคที่ดินให้แก่หน่วยบริการ แต่หน่วยบริการไม่มีแผน หรือโครงการรองรับการใช้ ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าว หน่วยบริการสามารถรับบริจาคไว้ก่อนได้หรือไม่ ตอบ ไม่ได้ เนื่องจากตามระเบียบ ข้อ ๙ วรรค ๒ ก�ำหนดไว้ว่า ในการรับบริจาคที่ดินจากเอกชน เพื่อใช้ประโยชน์ในหน่วยบริการ หากไม่มีแผนงานหรือโครงการชัดเจนรองรับการใช้ประโยชน์ในที่ดินตาม วัตถุประสงค์ของผู้ที่แสดงความประสงค์จะยกที่ดินให้แก่หน่วยบริการ ห้ามหน่วยบริการรับบริจาคที่ดินดังกล่าว ๖. การรับบริจาคเงินโดยหน่วยบริการน�ำบัญชีเงินบริจาคไปจัดท�ำคิวอาร์โค๊ด (QR Code) แล้ว เผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เฟชบุ๊ค (Facebook) ไลน์ (Line) หรือสื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อรับบริจาคเงิน สามารถท�ำได้หรือไม่ 26 กองกฎหมาย สำ�นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตอบ ไม่ได้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ และเชิญชวนรวบรวมให้ได้ เงินบริจาคอันเป็นการดำ� เนินการมีลักษณะการเรี่ยไรตามระเบียบสำ� นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่หากหน่วยบริการท�ำขึ้น เพื่ออ�ำนวยความสะดวกแก่ผู้บริจาคที่มาบริจาคยังหน่วยบริการก็สามารถท�ำได้ ๗. การรับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์จะต้องขออนุมัติต่อหัวหน้าส่วนราชการ ก่อนรับบริจาคหรือไม่ ตอบ ไม่ต้อง เนื่องจากการพิจารณารับบริจาคเงินและทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์เป็นอ�ำนาจ ของคณะกรรมการ และตามระเบียบ ข้อ ๑๓ ก�ำหนดให้ต้องขออนุญาตเฉพาะในกรณีการบริจาคทรัพย์สิน ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ๘. การรับบริจาคอาคาร งานก่อสร้าง ที่ดิน หรืออาคารงานก่อสร้างพร้อมที่ดิน จะต้องขออนุมัติ หัวหน้าส่วนราชการก่อนการรับบริจาคในทุกกรณีหรือไม่ ตอบ ต้องขออนุมัติต่อหัวหน้าส่วนราชการ (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ก่อนที่หน่วยบริการ จะรับบริจาคในทุกกรณี ๙. ในการรับบริจาคเงินต้องออกใบเสร็จให้กับผู้บริจาคทุกกรณีหรือไม่ ตอบ ตามระเบียบ ข้อ ๑๒ ก�ำหนดไว้ว่า หน่วยบริการที่ได้รับเงินบริจาค ให้ออกใบเสร็จรับเงิน แก่ผู้บริจาค โดยระบุชื่อผู้บริจาค จำ� นวนเงินที่บริจาค หรือข้อมูลอื่น เพื่อให้ผู้บริจาคทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลนำ� ไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร สำ� หรับในกรณีไม่สามารถระบุชื่อผู้บริจาคได้ ก็จะต้องระบุไว้ในใบเสร็จรับเงินว่า ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม เว้นแต่การรับเงินสดผ่านตู้บริจาคไม่ต้อง ออกใบเสร็จรับเงิน แต่ให้ใช้รายงานสรุปการเงินแทน ๑๐. การตรวจสอบกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินของผู้บริจาค สามารถตรวจสอบได้จาก เอกสารหรือจากหน่วยงานใด ตอบ น.ส.๓ โฉนดที่ดิน หรืออาจตรวจสอบกับ ส�ำนักงานที่ดินซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่ ๑๑. เงินที่ได้จากกองผ้าป่า กองกฐิน การจัดงานกุศลต่างๆ ที่หน่วยบริการ หรือเจ้าหน้าที่มีส่วน เกี่ยวข้องกับการดำ� เนินการดังกล่าว ถือเป็นเงินบริจาคตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเงินบริจาค และทรัพย์สินบริจาคของหน่วยบริการ พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือไม่ ตอบ ถือเป็นเงินบริจาคประเภทหนึ่ง แต่เป็นเงินที่ได้จากการเรี่ยไร เนื่องจากการได้มาของเงินดัง กล่าว โดยขอร้องให้ช่วยออกเงินหรือทรัพย์สินตามใจสมัคร และหมายความรวมถึงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ชดใช้หรือบริการธรรมดา แต่เพื่อรวบรวมเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาทั้งหมดหรือบางส่วนไปใช้ในกิจการอย่างใด อย่างหนึ่งด้วย การด�ำเนินการเรี่ยไร และการใช้จ่ายเงินจากการเรี่ยไร จะต้องถือปฏิบัติตามระเบียบส�ำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ๑๒. เงินที่ได้จากการตั้งกองกฐิน กองผ้าป่า การจัดงานการกุศล หรืองานวิ่งต่างๆ ที่หน่วยบริการ หรือเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องสามารถน�ำไปจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุ ตามระเบียบกระทรวง สาธารณสุขว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุโดยใช้เงินบริจาคของหน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้หรือไม่ ตอบ เนื่องจากเงินที่หน่วยบริการได้รับการจากการเรี่ยไรตามระเบียบสำ� นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การเรี่ยไรข

อื่น ๆ อื่น ๆ

ประกาศจัดซื้อจัดจ้างล่าสุด กรมควบคุมโรค (30 รายการ)

ศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง กรมควบคุมโรค (DDC-PIC) รวบรวมประกาศซื้อจ้างของกรมควบคุมโรคและหน่วยงานในสังกัด ทั้งแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประกาศเชิญชวน ร่าง TOR ราคากลาง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา และการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงประกาศ จากระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง เผยแพร่ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

  1. ประกวดราคาจ้างเหมาบริการการเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์ และสรุปภาพรวมความคิดเห็นทางสังคมต่อข้อมูลข่าวสารโรคและภัยสุขภาพที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ด้วยวิธีประ… ประกาศราคากลาง · สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ · 9 ตุลาคม 2569
  2. ซื้อยา Ertapenem ๑ g powder for concentrate for solution for infusion โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สถาบันบำราศนราดูร · 9 ตุลาคม 2569
  3. ซื้อยา Darunavir ๖๐๐ mg film-coated tablet โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สถาบันบำราศนราดูร · 9 ตุลาคม 2569
  4. จ้างรถขนส่งสิ่งส่งตรวจจากการป้ายจมูกด้วยตัวเองของอาสาสมัครโครงการ Flu-HCP โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการโครงการพระราชดำริฯ · 9 ตุลาคม 2569
  5. จ้างเหมาบริการซ่อมแซมรถยนต์ราชการ หมายเลขทะเบียน นข 7542 นครศรีธรรมราช จำนวน 1 งาน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช · 9 ตุลาคม 2569
  6. ประกวดราคาซื้อซื้อน้ำยาตรวจวิเคราะห์วัณโรคและวัณโรคดื้อยา จำนวน ๒ รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น · 9 ตุลาคม 2569
  7. จ้างเหมาบริการกำจัดปลวก หนู และแมลงต่าง ๆ (ศตม.๕.๑ จ.กาญจนบุรี) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี · 9 ตุลาคม 2569
  8. จ้างเหมาติดตั้งรางน้ำฝน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี · 9 ตุลาคม 2569
  9. ซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ จำนวน 3 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ · 9 ตุลาคม 2569
  10. จ้างทำวัสดุสำนักงานป้ายทองเหลืองชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๒ รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ · 9 ตุลาคม 2569
  11. จ้างออกแบบและผลิตสื่อด้านการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน ๑ งาน ตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ · 9 ตุลาคม 2569
  12. เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร จำนวน ๒ เครื่อง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ · 9 ตุลาคม 2569
  13. จ้างเหมาบริการรถตู้ปรับอากาศพร้อมพนักงานขับรถ จำนวน ๑ งาน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ · 9 ตุลาคม 2569
  14. ซื้อวัสดุคอมพิวเตอร์ จำนวน ๑ รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · กองระบาดวิทยา · 9 ตุลาคม 2569
  15. ซื้อยูนิตทำฟัน จำนวน ๒ ชุด แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สถาบันราชประชาสมาสัย · 9 ตุลาคม 2569
  16. ซื้อเครื่องถ่ายภาพรังสีทั้งปากและกะโหลกศีรษะแบบดิจิทัล (ระบบ ๓ มิติ) แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สถาบันราชประชาสมาสัย · 9 ตุลาคม 2569
  17. เช่าเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติพร้อมน้ำยา IGRA จำนวน 4,800 ชุดทดสอบ(test) แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี · 9 ตุลาคม 2569
  18. ซื้อชุดน้ำยาสำหรับตรวจสายพันธุ์และการดื้อยา ด้วยการทำ whole genome sequencing แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี · 9 ตุลาคม 2569
  19. ซื้อชุดน้ำยาสำหรับตรวจการดื้อยาในผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงและรุนแรงมาก (preXDR-TB,XDR-TB) วิธี NGS แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี · 9 ตุลาคม 2569
  20. ซื้อเครื่องวิเคราะห์ปริมาณธาตุและสปีชีส์ของธาตุในตัวอย่าง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 1 ชุด แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · กองบริหารการคลัง · 9 ตุลาคม 2569
  21. ประกวดราคาจ้างเหมาบริการการเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์ และสรุปภาพรวมความคิดเห็นทางสังคมต่อข้อมูลข่าวสารโรคและภัยสุขภาพที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ด้วยวิธีประ… ประกาศเชิญชวน · สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ · 9 ตุลาคม 2569
  22. ซื้อเครื่องแปลงสัญญาณภาพระบบดิจิทัล จำนวน ๑ ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สถาบันราชประชาสมาสัย · 8 ตุลาคม 2569
  23. จ้างบำรุงรักษาระบบโทรศัพท์ภายใน จำวน 1 ระบบ (ชนิดไม่รวมอะไหล่) อาคารอาชีวเวชศาตร์ สรส. โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สถาบันราชประชาสมาสัย · 8 ตุลาคม 2569
  24. ซื้อยา Sucroferric oxyhydroxide ๕๐๐ mg chewable tablet โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สถาบันบำราศนราดูร · 8 ตุลาคม 2569
  25. ซื้อยา Sucroferric oxyhydroxide ๕๐๐ mg chewable tablet โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สถาบันบำราศนราดูร · 8 ตุลาคม 2569
  26. ซื้อครุภัณฑ์สำนักงาน 1 รายการ (โทรศัพท์สำนักงาน) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี · 8 ตุลาคม 2569
  27. ซื้อครุภัณฑ์สำนักงาน จำนวน 8 รายการ แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี · 8 ตุลาคม 2569
  28. ซื้อครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ รายการระบบเครื่องเสียงและระบบไมโครโฟน (ราคารวมค่าติดตั้ง) จำนวน ๓ รายการ แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี · 8 ตุลาคม 2569
  29. ซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ จำนวน 5 รายการ แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี · 8 ตุลาคม 2569
  30. ซื้อสารเคมี จำนวน ๘ รายการ แผนการจัดซื้อจัดจ้าง · สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี · 8 ตุลาคม 2569